lvkohanamia beauty
Web Developer, Designer, and Editor in Bangkok
เซรั่มVS เอสเซ้นส์มีความเหมือนหรือแตกต่าง สภาพผิวแบบไหนควรเลือกใช้อะไร
เซรั่มและเอสเซ้นส์เป็นสกินแคร์ที่ใช้งานลำดับเดียวกัน ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าจริง ๆ แล้วตนเองควรเลือกใช้แบบไหนมากกว่า ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไร เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์อันแสนน่าประทับใจ ไปศึกษาพร้อม ๆ กันได้เลย
เซรั่มVS เอสเซ้นส์ สกินแคร์ที่ต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง
เรื่องต้องรู้เลยก็คือทั้ง 2 สกินแคร์เป็นขั้นตอนแรกในการบำรุงแก้ไขปัญหาผิว มีความเข้มข้นที่สูสีกันมาก ไม่ควรเลือกใช้พร้อมกันเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวหน้าได้รับการบำรุงที่เข้มข้นเกินไปจนกลายเป็นสิวอุดตัน มันเยิ้ม เลือกใช้แค่ชนิดเดียวก็เพียงพอ โดยความแตกต่างของทั้ง 2 สกินแคร์ คือ
ความแตกต่างของเซรั่ม
เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยฟื้นฟูแก้ไขปัญหาผิวที่มีโมเลกุลขนาดเล็กคล้ายน้ำ และมีเนื้อสัมผัสที่เบาบางมาก ทำให้สามารถซึมลึกลงสู่รูขุมขนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งสารตกค้างหรือความเหนียวเหนอะหนะ ทั้งยังมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ได้สูงเข้มข้นมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยที่เนื้อผลิตภัณฑ์จะมีความเป็น Oil Based (มีส่วนผสมของน้ำมันมาก) ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งกร้าน ที่ต้องการได้รับความชุ่มชื้นขั้นสุด ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจุดด่างดำ ริ้วรอย ความหมองคล้ำ รวมถึงยกกระชับฟื้นฟูผิว เพิ่มความแข็งแรง
ความแตกต่างของเอสเซ้นส์
ในส่วนของเอสเซ้นส์นั้นจะมีความเป็น Water Based หรือมีความเป็นน้ำสูงไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน และมีอนุภาคขนาดเล็ก สามารถซึมลึกลงสู่ชั้นผิวได้ดี แต่เรื่องความเข้มข้นอาจมีน้อยกว่าเซรั่ม โดยจะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวแก้ไขปัญหาริ้วรรอย ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ รอยสิวได้เช่นกัน แน่นอนว่าเหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน ผิวบอบบางแพ้ง่าย เป็นสิว
ในการทาก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหลังจากที่ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์แล้วให้ลงผลิตภัณฑ์ได้ทันที โดยทาในลักษณะวนเป็นวงกลมให้ทั่วแก้ม หน้าผาก สันจมูก และคางจากนั้นให้ตบเบา ๆ เพื่อกระตุ้นผลิตภัณฑ์ในการซึมลึกลงสู่ชั้นผิว พักผิวประมาณ 3 – 5 นาที แล้วทาสกินแคร์ลำดับถัดไปได้เลย ง่ายจนสาว ๆ อาจคาดไม่ถึง
อย่างไรก็ดี ทั้งเซรั่มและเอสเซ้นส์นั้นไม่มีความสามารถในการเพิ่มความชุ่มชื้นเหมือนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จึงไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้ ที่สำคัญต้องเลือกให้ตรงกับปัญหาผิวที่เป็นอยู่ด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพขั้นสูงสุด ส่วนใครกลัวว่าจะเกิดอาการแพ้ขึ้นมาขณะใช้งานแนะนำให้ทาบริเวณใต้ท้องแขนแล้วทิ้งไว้ 24 – 48 ชั่วโมง หากไม่มีปฏิกิริยาใดก็ลุยเลย